INFORMATION

อาการเวียนหัวในผู้สูงอายุ

คุณเคยสังเกตไหมว่า คุณพ่อคุณแม่หรือญาติผู้ใหญ่ในบ้านมักบ่นเรื่องเวียนหัวบ่อยๆ? บางครั้งพวกเขาต้องเกาะผนังหรือจับราวบันไดขณะเดิน หรือบางครั้งถึงกับต้องนั่งลงกะทันหันเพราะรู้สึกว่าโลกกำลังหมุน อาการเวียนหัวในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตแล้ว ยังอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่

อาการเวียนหัวในผู้สูงอายุ

น่าเสียดายที่หลายครั้ง อาการเวียนหัวในผู้สูงอายุมักถูกมองข้ามว่าเป็นเพียง "อาการปกติของคนแก่" ทั้งที่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่สามารถรักษาได้

7 สาเหตุหลักของอาการเวียนหัวในผู้สูงอายุ

อาการเวียนหัวในผู้สูงอายุมีหลายสาเหตุ ซึ่งแต่ละสาเหตุต้องการการรักษาที่แตกต่างกัน:

1. ความผิดปกติในหูชั้นใน

หูชั้นในทำหน้าที่สำคัญในการรักษาสมดุลของร่างกาย เมื่อเกิดความผิดปกติ จะทำให้เกิดอาการเวียนหัวได้

  • โรคเวียนหัวบ้านหมุน (BPPV - Benign Paroxysmal Positional Vertigo): พบบ่อยที่สุดในผู้สูงอายุ เกิดจากเศษหินปูนในหูชั้นในหลุดออกมาและลอยไปในของเหลวในหูชั้นใน ทำให้เกิดอาการเวียนหัวเมื่อมีการเปลี่ยนตำแหน่งของศีรษะ เช่น ลุกนั่ง นอนลง หรือเอียงศีรษะ
  • โรคเมเนียร์ (Meniere's Disease): เกิดจากการมีของเหลวคั่งในหูชั้นใน ทำให้เกิดอาการเวียนหัวรุนแรง หูอื้อ และการได้ยินลดลง
  • การอักเสบของเส้นประสาทการทรงตัว (Vestibular Neuritis): เกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทที่เชื่อมระหว่างหูชั้นในกับสมอง มักเกิดหลังจากการติดเชื้อไวรัส

2. ปัญหาหลอดเลือดและระบบไหลเวียนเลือด

  • ความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension): ความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อลุกขึ้นยืนหรือเปลี่ยนท่าทาง ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ "ทุกครั้งที่ฉันลุกจากเตียง ต้องนั่งนิ่งๆ สักพักก่อน ไม่อย่างนั้นจะมึนศีรษะมาก" - คุณลุงประสิทธิ์ วัย 80 ปี
  • ภาวะเลือดจางหรือโลหิตจาง (Anemia): มีเม็ดเลือดแดงหรือฮีโมโกลบินน้อยเกินไป ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
  • โรคหัวใจ: ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือล้มเหลวในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองอย่างเพียงพอ

3. ผลข้างเคียงจากยา

ผู้สูงอายุมักต้องรับประทานยาหลายชนิด ซึ่งหลายตัวอาจทำให้เกิดอาการเวียนหัวได้:

  • ยาลดความดันโลหิต
  • ยาขับปัสสาวะ
  • ยานอนหลับและยาคลายเครียด
  • ยาแก้ซึมเศร้า
  • ยาแก้ปวด โดยเฉพาะในกลุ่มโอปิออยด์

4. ความผิดปกติทางระบบประสาท

  • ปัญหาหลอดเลือดสมอง: ทั้งเส้นเลือดตีบ แตก หรือตัน
  • โรคพาร์กินสัน: ส่งผลต่อการควบคุมการเคลื่อนไหวและการทรงตัว
  • ภาวะสมองเสื่อม: ส่งผลต่อการรับรู้และประมวลผลข้อมูลด้านการทรงตัว

5. การขาดน้ำและภาวะทางเมตาบอลิซึม

  • ภาวะขาดน้ำ: ผู้สูงอายุมักดื่มน้ำน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ
  • ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ: ทั้งต่ำเกินไปหรือสูงเกินไป
  • ภาวะไทรอยด์ผิดปกติ: ส่งผลต่อระบบเมตาบอลิซึมของร่างกาย

6. ปัญหาสายตาและการมองเห็น

การมองเห็นเป็นระบบสำคัญที่ช่วยในการทรงตัว ปัญหาสายตาในผู้สูงอายุเช่น:

  • ต้อกระจก
  • ต้อหิน
  • จอประสาทตาเสื่อม
  • สายตาที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม

อาจส่งผลให้เกิดอาการเวียนหัวได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเคลื่อนไหวในที่ที่มีแสงน้อยหรือพื้นที่ไม่คุ้นเคย

7. ความเครียดและปัญหาทางจิตใจ

แม้จะไม่ค่อยถูกนึกถึง แต่ความเครียด ความวิตกกังวล หรือโรคซึมเศร้า สามารถทำให้เกิดอาการเวียนหัวได้เช่นกัน โดยเฉพาะในรูปแบบของอาการมึนงงหรือใจหวิว

ผลกระทบของอาการเวียนหัวในผู้สูงอายุ

อาการเวียนหัวส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้สูงอายุในหลายมิติ:

1. ความเสี่ยงต่อการหกล้ม

การหกล้มในผู้สูงอายุเป็นเรื่องร้ายแรง ซึ่งอาจนำไปสู่:

  • กระดูกหัก โดยเฉพาะกระดูกสะโพก
  • บาดแผลที่ศีรษะและสมอง
  • การสูญเสียความสามารถในการดูแลตนเอง
  • ความจำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน

สถิติน่ากังวล: ผู้สูงอายุที่หกล้มและกระดูกสะโพกหัก มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 20% ในปีแรกหลังการบาดเจ็บ

2. ข้อจำกัดในการทำกิจวัตรประจำวัน

อาการเวียนหัวทำให้ผู้สูงอายุไม่กล้าทำกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำได้:

  • การออกไปซื้อของ
  • การทำอาหาร
  • การทำความสะอาดบ้าน
  • การอาบน้ำหรือแต่งตัว

3. ผลกระทบทางจิตใจและอารมณ์

  • ความวิตกกังวลและกลัวการล้ม
  • การแยกตัวจากสังคมเพราะไม่กล้าออกจากบ้าน
  • ภาวะซึมเศร้าจากการสูญเสียอิสรภาพ
  • การพึ่งพาผู้อื่นมากขึ้นและรู้สึกเป็นภาระ

4. คุณภาพชีวิตที่ลดลง

อาการเวียนหัวที่เรื้อรังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม ทำให้:

  • ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม
  • ไม่สามารถเดินทางหรือท่องเที่ยว
  • ไม่สามารถทำงานอดิเรกที่ชื่นชอบ
  • การนอนหลับที่แย่ลงเนื่องจากความกังวล

การวินิจฉัยอาการเวียนหัวในผู้สูงอายุ

การวินิจฉัยสาเหตุของอาการเวียนหัวในผู้สูงอายุเป็นความท้าทาย เนื่องจากมีสาเหตุได้หลายอย่าง และผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวหลายโรคร่วมกัน

การตรวจวินิจฉัยพื้นฐาน

  • ประวัติทางการแพทย์อย่างละเอียด: ลักษณะอาการ ความถี่ ระยะเวลา และสถานการณ์ที่ทำให้เกิดอาการ
  • การตรวจร่างกาย: วัดความดันโลหิตในท่านั่งและท่ายืน ตรวจการทำงานของหัวใจ ตรวจการทรงตัวและการเดิน
  • การตรวจระบบประสาท: ตรวจการทำงานของเส้นประสาทสมอง การทำงานของกล้ามเนื้อ และปฏิกิริยาสะท้อน
  • การตรวจตา: ตรวจการเคลื่อนไหวของลูกตา ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงปัญหาในระบบการทรงตัว

การตรวจเพิ่มเติมตามความจำเป็น

  • การตรวจการได้ยินและการทำงานของหูชั้นใน
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และการตรวจการทำงานของหัวใจ
  • การตรวจเลือด: ตรวจระดับน้ำตาล ไทรอยด์ โลหิตจาง ฯลฯ
  • การตรวจภาพรังสีของสมอง: เช่น CT scan หรือ MRI
  • การทดสอบการทรงตัว (Balance testing): ประเมินการทำงานของระบบการทรงตัว

การรักษาและการดูแลอาการเวียนหัวในผู้สูงอายุ

การรักษาอาการเวียนหัวขึ้นอยู่กับสาเหตุ ซึ่งอาจรวมถึง:

การรักษาทางการแพทย์

  • การรักษาโรคเวียนหัวบ้านหมุน (BPPV): ใช้เทคนิคการจัดท่าศีรษะเพื่อย้ายเศษหินปูนกลับสู่ตำแหน่งที่ถูกต้อง เช่น การทำ Epley maneuver
  • การรักษาด้วยยา: ยาลดอาการเวียนหัว (เช่น Meclizine), ยาลดการอาเจียน, หรือยารักษาโรคที่เป็นสาเหตุ
  • การปรับยาที่ใช้อยู่: หากพบว่ายาที่ใช้อยู่เป็นสาเหตุของอาการเวียนหัว
  • การรักษาโรคประจำตัว: เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคหัวใจ

การบำบัดฟื้นฟู

  • การทำกายภาพบำบัดเฉพาะทาง: การฝึกฟื้นฟูระบบการทรงตัว (Vestibular rehabilitation)
  • การฝึกการทรงตัว: ช่วยปรับปรุงการทรงตัวและลดความเสี่ยงในการล้ม
  • การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ: โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาและสะโพก

การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต

  • การดื่มน้ำให้เพียงพอ: ป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • การรับประทานอาหารสมดุล: เน้นอาหารที่มีธาตุเหล็ก (ป้องกันโลหิตจาง) และมีโซเดียมในปริมาณพอเหมาะ
  • การลดการบริโภคคาเฟอีนและแอลกอฮอล์: ซึ่งอาจกระตุ้นอาการเวียนหัว
  • การเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง: โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนท่าทาง เช่น ลุกจากที่นอนช้าๆ และนั่งสักครู่ก่อนยืน

การปรับสภาพแวดล้อม

  • การกำจัดสิ่งกีดขวาง: เช่น พรม สายไฟ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่อาจทำให้สะดุด
  • การติดตั้งราวจับ: ในห้องน้ำและบริเวณบันได
  • การปรับแสงสว่าง: ให้เพียงพอโดยเฉพาะในเวลากลางคืน
  • การใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน: เช่น ไม้เท้าหรือวอล์กเกอร์ เพื่อเพิ่มความมั่นคง

การป้องกันอาการเวียนหัวในผู้สูงอายุ

การป้องกันดีกว่าการรักษา โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ:

  • การตรวจสุขภาพประจำปี: ช่วยค้นพบปัญหาสุขภาพแต่เนิ่นๆ
  • การออกกำลังกายสม่ำเสมอ: โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่เน้นการทรงตัว เช่น ไทชิ โยคะ
  • การดูแลโรคประจำตัว: ควบคุมความดันโลหิต เบาหวาน โรคหัวใจ ให้อยู่ในระดับปกติ
  • การทบทวนยาที่ใช้: ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับผลข้างเคียงและปฏิกิริยาระหว่างยา
  • การตรวจวัดสายตาประจำปี: และใช้แว่นตาที่เหมาะสม

เมื่อไรควรพบแพทย์ฉุกเฉิน?

แม้ว่าอาการเวียนหัวมักไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน แต่มีบางสถานการณ์ที่ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด:

  • อาการเวียนหัวรุนแรงที่เกิดขึ้นทันที
  • อาการเวียนหัวร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น:
    • ปวดศีรษะรุนแรง
    • พูดไม่ชัด
    • ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขา
    • การมองเห็นผิดปกติ
    • หมดสติหรือมีอาการชัก
    • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
    • เจ็บหน้าอก
    • หายใจลำบาก

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หรือหัวใจขาดเลือด ซึ่งต้องการการรักษาฉุกเฉิน

บทสรุป: อาการเวียนหัวในผู้สูงอายุ ปัญหาที่ป้องกันและรักษาได้

อาการเวียนหัวในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องที่ต้อง "ทำใจ" หรือ "ยอมรับว่าเป็นเพราะแก่" แต่เป็นอาการที่สามารถหาสาเหตุ ป้องกัน และรักษาได้ การเข้าใจถึงสาเหตุและการจัดการอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเสี่ยงในการหกล้ม และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น

สำคัญที่สุดคือ อย่ามองข้ามอาการเวียนหัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสม เพราะการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ศิริอรุณเวลเนสเซ็นเตอร์ มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาอาการเวียนหัว และอาการอื่นๆ อย่างใกล้ชิด หากท่านต้องการคำปรึกษา หรือบริการการดูแลผู้สูงอายุ สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุศิริอรุณแคร์ โทรศัพท์ 02-227-0554

 

สอบถามข้อมูล